ผักบ้าน ๆ ของอีสาน ‘ส้มผักเสี้ยน’ สรรพคุณเป็นยา แก้ปวดตามข้อ บำรุงหัวใจ

วันนี้ กินงานก็จะพาทุกคนนั้นไปชมกิมจิอีสานกันหรือเรียก อีกอย่างว่าส้มผักเซี่ยน ถือเป็นอาหารพื้นบ้านยอดฮิตสำหรับคนอีสานเลยก็ว่าได้ซึ่งเป็นเมนูที่ชาวอีสานนั้นนำมาแปรรูปเป็นผักดองและกินกับ พริก ป่น แจ่ว ปลาร้าบอง ที่นิยมกันมากคือ ผักกาดเขียว ผักกะหล่ำ หอม แตง ยังมีผักพื้นบ้านที่นำมาหมักดอง แต่ที่นิยมมากที่สุดก็คือผักเสี้ยนเองเพราะเป็นผักพื้นบ้านที่ขึ้นทุกภูมิภาคของประเทศไทย หากว่าหากรับประทานกินได้อย่างง่ายดาย

ซึ่งและวันนี้เราก็จะพาทุกคนมารู้จักกับเมนูนี้กันว่ามีที่ไปและที่มาอย่างไร มีคุณประโยชน์ดีดีอะไรต่อร่างกายของเราบ้าง และทำอย่างไร ลองไปดูกันเลยดีกว่า!

โดยต้นกำเนิดของผักเสี้ยนนั้นมีดังนี้..

โดยในสมัยโบราณนั้นได้มีอาณาจักรที่ชื่อว่า ลานซ้าง ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากทะเลและเต็มไปด้วยภูเขาต่างๆและมีสิงสาราสัตว์มากมายจนยากที่จะยากเข้าไปถึงในการติดต่อการค้าด้วยในสมัยนั้น ผักอย่าง ผักกาด กะหล่ำปลี ผักกวงตุ้ง ก็ยังมีอาณาจักรแห่งหนึ่ง ในคราที่ แผ้วถาง สร้างบ้านแปงเมือง ขยับขยายพื้นที่เพาะปลูก ชาวเมืองได้พบว่ามีผักชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นตามเดิ่นดอน นั่นก็คือ ผักเสี้ยน

ประกอบไปด้วยในตอนนั้นเองได้มีการระดมพลเพื่อไปรบกับ อโยธยา ศรีรามเทพนคร เพื่อการออกกำลังการป้องกันศัตรูเข้ามารุกนางอย่าง พม่ารามัญ ที่ทำให้มีต้องการสะสมเสบียงของ ชาวลานซ้างเพื่อใช้ในการรบมากยิ่งขึ้นจึงทำให้มีการคิดค้นอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นานและเห็นผักเรานี้มันขึ้นมาเต็มจึงนำเอาผักเหล่านี้ มาคั้นส้ม เพื่อถนอมอาหารไว้กิน และเพื่อเป็นเสบียงเดินทางไกลนั้นเอง…

และในครั้งหนึ่งได้มี แม่ทัพพม่า ส่งหน่วย “เสือหมอบ แมวเซา” เข้าปล้นเสบียง เพื่อตัดกำลัง ของชาวลานซ้าง และเมื่อพบว่าของในไทยที่เป็นอาหารนั้นกับพบกับผักเสี้ยนที่มีรสชาติ เปรี้ยว ขื่นขม จึงมีความคิดที่คิดว่าเป็นกลลวง ของ กองทัพลานซ้างจึงไม่ได้ทำลายไหส้มผักนั่นเองจึงทำให้กองทัพน้าชาวลานซ้าง เสบียงไว้กินต่อไป

เพราะสามารถรวบรวมกำลังไปสู้กับพม่าจนอาณาจักรสยามรอดพ้นจากการเสียเอกราชได้ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาถึงทำให้ ส้มผักเสี้ยนได้รับความนิยม ที่ได้มีการเผยแพร่ครั้งที่จะบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ว่า “ส้มผักเสี้ยน เป็นอาหารช่วยชาติ ทางเจ้าขุนจากฝ่าย อโยธยา ฯสอบถามแล้ว มันคือ “ หญ้าดอง” อุวะ “กินหญ้า” มันก็ ควาย หนะสิ เดี๋ยวอาย ชาวโปตุเกต ฮอร์ลันดาส้มผักเสี้ยน จึงรอดพ้น จากการบันทึก ในหนังสือใบลาน ประวัติศาสตร์ ซึงดูเหมือนจะมีเนื้อที่น้อยมาก

สรรพคุณของผักเสี้ยนนั้นบอกเลยว่ามีเยอะมากมายเป็นอย่างมาก ดังนี้

1.ขับโลหิตระดูที่เน่าเสีย

2.ตำพอกทาแก้ปวดเมื่อย

3.เรียกเลือดมาเลี้ยงผิวหนัง

4.น้ำคั้นจากใบมาผสมกับน้ำมัน

5.เป็นยาแก้ปวดหู ตำพอกฝีไม่ให้เป็นหนอง

6.เมล็ด นำมาชงช่วยขับเสมหะ

7.ขับพยาธิไส้เดือน

8.ผิวพรรณ

9.สดใส

10.รักษาความเป็นกรดและด่าง ในร่างกายได้ดี

11.ลดการเกิดสิว

โดยก็ได้มี นางทองสา วรรณพงศ์ อายุ 58 ปี ชาวบ้านอำเภอเมืองอุดรได้มีการทำเกษตรปลูก แตง และดอกดาวเรือง และทำ “ส้มผักเสี้ยน” รับประทานและขาย โดยจะมีการนำเมล็ดผักเตรียมมาหว่านบริเวณสวนหลังบ้านเมื่อมันเติบโตก็มีการเก็บยอดนำมาทำส้มผักเสี้ยนขายไปทางตลาดบ้านก็นำไปเป็นของฝากให้กับญาติพี่น้องซึ่งมีเท่าไหร่ก็ขายหมดเขาเป็นอาหารพื้นบ้านที่คนนิยมรับประทานกันเป็นอย่างมาก

วิธีการทำผักเสี้ยนในแบบอีสานนั้นมีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 นำผักเสี้ยน มาตากแดด

ขั้นตอนที่ 2 เอามาแช่น้ำ จากนั้นก็ล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นก็รินออก

ขั้นตอนที่ 3 เอาน้ำซาวข้าวมาแช่กับผักเสี้ยนละคั้นเข้ากัน และรินน้ำออก

ขั้นตอนที่ 4 ทำการเติมน้ำซาวข้าว แล้วเติมเกลือตรงไปและทานให้เข้ากันใส่ข้าวเหนียวนึ่งรและคั่นให้ทั่ว

ขั้นตอนที่ 5 เติมผงนัว

ขั้นตอนที่ 7 ทำการซาวให้ทั่ว และทิ้งไว้ 30 นาที

ขั้นตอนที่ 8 จากนั้นก็นำไปเก็บไว้ในที่ไม่มีแดดเป็นเวลา 3 วันแล้วออกมากิน

โดยส้มผักเสี่ยนนั้นสามารถนำมารับประทานคู่กับป่น แจ่ว ปลาร้าบอง หรือแม้แต่ส้มตำได้โดยจะมีวัยรุ่นภาคอีสานนะชอบเป็นอย่างมากเพราะมีสรรพคุณทางยาอย่างมากมายและนำมากินเป็นกับแกล้มเหล้าได้นั่นเอง

และนี่ก็คือผักพื้นบ้านที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ซึ่งเป็นคนนั้นที่มีผักเสี้ยนอยู่ในบริเวณรั้วบ้านก็อย่าลืมนำมากินกันเพราะบอกเลยว่านอกจากสรรพคุณมากมายแล้วก็สามารถนำมาทำอาหารที่อร่อยๆกินกับอะไรก็อร่อยด้วยลองดูกันเลย