ขอหย่าเพราะเธอขี้เกียจทำกับข้าว!?

ผมกับภรรยาแต่งงานกันมาได้ 5 ปีแล้วตั้งแต่งคบกับจนแต่งงานกันเรายังกันกันเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลงยังคงมั่นคง ไม่มีจืดจาง

ในช่วงเวลาที่คบกัน ไม่ว่าจะเธอจะเป็นคนยังไงผมรับได้ทุกอย่าง ผมให้เธอได้ทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตของผมพร้อมที่จะมอบความรักที่มีทั้งหมดนั้นให้เธอแค่เพียงคนเดียว

เธอเป็นคนที่ทุ่มเทกับงานมากๆจนแทบไม่มีเวลาให้ตัวเอง ไม่มีเวลาให้ผมแต่นั่นไม่ได้ทำให้เราท ะ เ ล า ะ กันเลย เราทั้งคู่ท ะ เ ล า ะ กันน้อยมากแทบจะนับครั้งได้เลย

ผมบอกแล้วไงว่าไม่ว่าเธอจะเป็นยังไงผมก็ยอมรับและเข้าใจในตัวเธอทุกอย่าง จนเธอท้ อ งเธอก็ยังทำงานอยู่และไม่มีท่าทีว่าจะหยุด

จนคลอดลูก เธอก็ไม่ได้ไปทำงานเพราะทุกคนห้ามไว้ เธอจึงดูและลูกอยู่ที่บ้านยิ่งมีหลานทั้งแม่ผมและแม่เธอก็เห่อหลานกันยกใหญ่

แต่ด้วยความที่แม่ผมจู้จี้จุกจิก และไม่ค่อยลงรอยกับแม่ของเธอเท่าไหร่ คนหนึ่งก็แม่อีกคนก็แม่ยาย มันเลือกยาก…ผมจึงตัดสินใจแยกออกมาอยู่ต่างหาก

แต่เรื่องมันยังไม่จบแค่นั้นผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร ยิ่งแยกออกมาอยู่กันสามคนพ่อแม่ลูกยิ่งนานวันเธอยิ่งขี้เ กี ย จ

เธอไม่ยอมทำกับข้าวกลับบ้านไปผมก็ไม่มีข้าวกิน ส่วนลูกเธอก็ให้กินแต่อะไรไม่รู้จนลูกร้องไห้งอแงไม่หยุด ผมจึงเปิดอกคุยกับเธอว่า เธอเป็นอะไรเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงทำตัวแบบนี้

เธอนิ่ง และตอบกลับมาว่า”งั้นให้ผมออกมาดูแลลูก แล้วเดี๋ยวเธอไปทำงานแทน เอาไหมล่ะ”

ผมไม่รู้จะพูดกับเธอยังไงเธอเริ่มไม่มีเหตุผล หลังจากนั้นเราก็ท ะ เ ล า ะ กันมาเรื่อยๆ จนพ่อแม่ของเธอรู้เรื่องก็หาว่า

ผมกลั่นแกล้งเธอแต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด เมื่อเดือพฤษภาคมปีที่ผ่านมาผมต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด

ไม่ได้กลับบ้านนานหลายเดือนแต่เธอก็แทบจะไม่โทรศัพท์หาผมเลย เธอโทรมาแค่ขอเงิน 2-3 ครั้งเองนอกนั้นก็จะเป็นผมที่โทรไปหาเธอซะมากกว่า

3 เดือนต่อมา ผมกลับมาบ้านสภาพบ้านที่เห็นนั้นเละเทะไม่มีชิ้นดีผมถามเธอว่าทำไมปล่อยให้บ้านรกแบบนี้ อยู่แบบนี้ไปได้ยังไง เธอก็เงียบหน้าตาเธอดูแห้งเหี่ยว ไร้จิ ต วิ ญ ญ า ณ

เมินเฉินไม่สนใจที่ผมถามหลังจากนั้นความสัมพันธ์เราก็แ ย่ลงขึ้นเรื่อยๆ เราท ะ เ ล า ะ กันหนักขึ้นจนในที่สุด ก็ทนไม่ไหวตัดสินใจห ย่ า ลูกเธอก็ยกให้ผมเธอบอกว่าไม่ต้องการอะไรทั้งสิ้นแค่ต้องการมีชีวิตที่สงบสุขคนเดียวก็พอ

ไม่มีใครรู้เรื่องที่เราห ย่ ากันชีวิตหลังจากห ย่ ากัน ผมไม่มีความสุขเลยสักนิด เอาแต่คิดถึงเธอคิดถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน

ต่อมาเพื่อนของเธอก็โทรมาหาผมบอกว่าเธอป่วยหนัก ผมรีบไปที่โรงพยาบาลทันที ผมเห็นเธอในสภาพที่ผอมซู บไม่มีเ รี่ ย ว แ ร ง

น้ำตาของเธอไหลออกมาทันทีที่เห็นผมผมเพิ่งได้รู้ความจริงว่า เธอเริ่มป่วยหลังจากคลอดลูกมีอาการปวดท้องอยู่ตลอดเวลาแต่เธอไม่เคยบอกผมเรื่องนี้เลย…

เธอบอกว่า ผมคนเดียวทำงานหาเงินเลี้ยงทั้งครอบครัวค่าใช้จ่ายก็เยอะ ยิ่งเธอมาป่วยอีก ค่าใช้จ่ายในการรักษาก็สูงไม่อยากเป็นภาระเพิ่ม

เธอจึงอดทนและเลือกที่จะไม่บอกผม เพราะเธอป่วยเธอจึงไม่สามารถทำกับข้าวให้ผมทานได้ เธอไม่มีเ รี่ ย ว แ ร ง ไม่สามารถทำงานบ้านได้เหมือนเมื่อก่อน แต่เธอก็เงียบไม่ยอมบอกเหตุผลเพราะกลัวว่าผมจะรู้ความจริง

ผมเสียใจมากกับสิ่งที่ผมได้ทำลงไปผมเสียใจที่ผมคิดผิด ผมมองเธอผิดไป แต่ตอนนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมจะไม่ทิ้งเธอไปไหน

ผมจะอยู่ข้างๆเธอเธอจะต้องหายดีและเราจะกลับมาเป็นครอบครัวที่มีความสุขตามเดิม

แต่งงานกันก็ถือว่าต่างคนต่างเป็นอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตเป็นครอบครัว ฉะนั้นการปิดบังใช่เรื่องที่ดีเลยสิ่งที่คุณคิดว่าอาจจะดีกับตัวเขา

แต่มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการการหันหน้าเข้าหากัน ช่วยกันแก้ไขปัญหามันดีการที่ต้องมาทำให้คนเรารักรู้ว่าที่ผ่านมาเขาไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

การปิดบังและปัญหาด้วยตัวเองมันไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่งงานกัน เป็นครอบครัวเดียวกันเป็นอีกครึ่งชีวิตของกันและกันแล้ว ก็ควรจะหันหน้ามาคุยกันปรึกษาแก้ไขปัญหาด้วยกันอย่าคิดว่าการตัดสินใจทำในสิ่งนั้นมันดีสำหรับเขาแต่คุณอาจจะลืมไปว่าเขาไม่ได้ต้องการสิ่งนั้นเลยเขาเพียงต้องการให้คุณคอยอยู่เคียงข้างก็เพียงเท่านั้นเงินทองเสียไปหาเมื่อไหร่ก็หาได้ แต่ชีวิตของคนที่รักเสียไปแล้วมันหาใหม่ไม่ได้อีกแล้ว

ขอขอบคุณที่มาจาก : มิตรสหาย