9 ลักษณะของ “ผู้มีบุญ” ที่แท้จริง พึงมีจิตที่เป็นอิสระ รู้ตื่น รู้เบิกบาน ตามนี้…

 


“ผู้มีบุญ” มีลักษณะเป็นอย่างไร? บางครั้งเราจะได้ยินคนหนึ่งพูดถึงอีกคนหนึ่งว่าเป็น “ผู้มีบุญ” หรือ “คนนี้มีบุญ” อาจจะเป็นด้วยรูปทรัพย์ ทรัพย์สินเงินทอง ชีวิตความเป็นอยู่หรือสถานะทางสังคมที่ทำให้คนเข้าใจไปว่าคนนี้มีบุญ แต่แท้จริงแล้วกลับไม่ใช่อย่างนั้น เรามีวิธีสังเกตหรือรูปแบบของคนที่ใช้เรียกว่าผู้มีบุญมาให้คุณผู้อ่านได้เข้าใจถึงความหมาย ลองอ่านดูแล้วสังเกตคนใกล้ตัวว่ามีลักษณะของความมีบุญอยู่บ้างหรือไม่ หรือว่าคุณเองก็อาจจะเป็นผู้มีบุญเสียเองก็ได้

9 นิสัยของ “ผู้มีบุญ” หรือจิตของผู้มีบุญ

1. ไม่บ่น

เมื่อมีบุญแล้ว หมายถึง ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นปัญญา ปัญญาทำให้เราสามารถเข้าใจความจริงของชีวิตได้ ทำให้รู้เห็นและเข้าใจถึงระดับวาสนาของตนและบุคคลอื่น บุญกรรมที่ทำไว้ส่งผลต่อชีวิตอย่างไรก็ยอมรับอย่างนั้น เพราะบ่นไปก็เหนื่อยเปล่า สิ่งใดที่ได้มา ที่มีอยู่ ที่เสียใจ ที่ไม่ได้ดั่งใจ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น มันคือ “ผลแห่งกรรม” อันเป็นสมบัติของเราเอง

2. ไม่กลัว

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญจะแปรสภาพให้เป็นความเข้มแข็ง ให้มีความกล้าหาญ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่หวั่นเกรงต่ออุปสรรค ไม่กลัวปัญหาที่จะเกิดขึ้น เพราะมีความมั่นใจในความเป็นผู้บริสุทธิ์ เมื่อถูกกล่าวหา ย่อมกำลังบุญมารองรับ ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ

3. ไม่ทำชั่ว

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นตัวควบคุม สามารถยับยั้งชั่งใจ มีความกลัว รู้จักความละอายต่อบาปต่อกรรม ไม่ว่าจะเป็นความผิดน้อยใหญ่ ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง จะมองเห็นถึงความเสียหาย เห็นถึง ผลกระทบต่อครอบครัว ต่อโลกต่อสังคม อย่างมากมายมหาศาล รู้ผิดชอบชั่วดี และจะไม่กระทำสิ่งที่รู้แน่ว่าผิด

4. ไม่คิดมาก

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความสะอาด จิตใจสว่างโปร่งใส มีแต่ความสงบ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้เกิดพลังบวกขึ้นในจิตใจ ไม่ฟุ้งซ่านรำคาญใจ ไม่คิดเป็นทุกข์ ไม่คิดในแง่ลบ ทุกความคิดอ่านล้วนนำมาซึ่งความเบิกบานกายใจ ถ้ายังไม่เกิดทุกข์จะไม่คิดถึงความทุกข์ล่วงหน้า

5. รอได้ คอยได้

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความใจเย็น มีสตินึกรู้ มีความยืดหยุ่น ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่คิดด่วยใจร้อน ไม่ตัดสินใจเร็ว ตรึกตรองเห็นถึงจังหวะเป็นอย่างดีแล้ว สามารถรอคอยโอกาสของชีวิต

6. อดได้ ทนได้

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นพลังงานเข้มแข็ง ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ทำให้มีความอดทนขั้นสูง รู้จักโอนอ่อนผ่อนปรน มีความคิดที่ไม่หวั่นไหว อดทนอย่างมีความสุข อดทนจนประสบความสำเร็จอย่างเป็นเลิศ

7. สงบได้ เย็นได้

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะเป็นสภาพให้เป็นคนที่สงบได้ เย็นได้ ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่เป็นคนที่มีจิตใจร้อนรน กระวนกระวาย ไม่ทำกริยากระสับกระส่าย รู้จักใจเย็นในสถานการณ์วุ่นวาย เย็นต่อสิ่งที่ไม่เป็นสาระ สุขุมในสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น แม้จะตกอยู่ในเหตุการณ์ที่เลวร้ายก็สามารถควบคุมสถานการณ์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

8. ปล่อยได้ วางได้

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นคนที่รู้จักการละ การวาง ตามกำลังของบุญฤทธิ์ ไม่เป็นคนที่แบกทุกอย่างที่ขวางหน้า ต้องปล่อยให้ถูกเวลา ไม่ยึดทุกอย่างที่เกิดขึ้นไว้กับตัว แต่เดินหน้าต่อไปได้อย่างอิสระ

9. รู้ได้ ตื่นได้ และเบิกบานได้

เมื่อมีบุญแล้ว ผลแห่งบุญนั้นก็จะแปรสภาพให้เป็นความรู้ตื่น เบิกบาน ตามกำลังของบุญฤทธิ์ เป็นผู้รู้ต่อความเป็นจริงของชีวิต ไม่ตกเป็นทาสของความโลภ ตื่นจากความโกรธ ความหลง และรู้จักความเบิกบานในจิตใจ มีความอิสระ เต็มที่กับชีวิตได้ ทุกวันทุกเวลาทุกนาที

ขอบคุณที่มา : โอวาทธรรม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี

เรียบเรียงโดย : Postsara