14 ข้อคิดดีๆ ที่ทำให้ความสุขของคุณ..อยู่แค่ปลายนิ้ว

1 : เมื่อมีทุกข์ ขอให้มองความทุกข์

แล้ววางจิตใจไว้เหนือทุกข์ ทุกข์.. ส่วนทุกข์ เรา.. ส่วนเรา ยกจิตยกใจของเราขึ้นจากความทุกข์ให้ได้

ด้วยการกำหนดความเป็นกลาง มองความทุกข์ เหมือนเราไม่ได้เป็นผู้ทุกข์

2 : ย้ำเตือนตนเองอยู่เสมอว่า สิ่งต่างๆ อยู่ด้วยเหตุปัจจัย

อย่าคาดหวังในผล แต่จงสร้างเหตุ อย่าคาดหวังในรักที่ดี แต่จงสร้างเหตุแห่งรักที่ดี อย่าคาดหวังในความร่ำรวยให้มากเกินไป

แต่จงสร้างเหตุแห่งความร่ำรวยให้เกิดขึ้น สิ่งนี้เองคือการทำทุกอย่างด้วยจิตว่าง เมื่อทำทุกอย่างด้วยจิตว่างได้แล้ว

ชีวิตก็จะพบกับหนทางแห่งความดีงามและความสุขได้ง่ายขึ้น

3 : รักผู้อื่นให้มากขึ้น

ไม่เช่นนั้นเราก็ไม่อาจรักตนเองอย่างถูกต้องได้ ความรักจำเป็นต้องเรียนรู้ผ่านการรักผู้อื่น

จงรักผู้อื่นอย่างไม่เห็นแก่ตัว จงให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ฝึกตนเองให้เป็นผู้ให้ที่ให้เป็น

แล้วความรักที่คลุมเครืออยู่ ก็จะเดินไปสู่ความเป็นรักที่แท้จริงได้

4 : ทำลายวงจรอุบาทของชีวิต ด้วยการใส่กิจกรรมดีๆ เข้าไป

เช่น การตื่นให้เช้าขึ้น กำหนดเวลากิน อยู่ หลับ นอน ขับถ่ายให้เป็นเวลา ใส่ตารางการออกกำลังกายลงไปบ้าง

ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้จิตวิญญาณของตน ตระหนักถึงความเป็นระบบระเบียบของชีวิต อย่าใช้ชีวิตแบบเดิมๆ

เพราะนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคซึมเศร้า และปัญหาทางใจอื่น ๆ ที่จะตามมา

5 : มองไปรอบข้าง ถามตนเองว่า มีใครบ้างที่มีความหมายกับชีวิตของเรา

มีใครบ้างที่มีบุญคุณกับชีวิตของเรา บุคคลเหล่านี้ คือบุคคลที่เราต้องดูแล ไม่อาจละเลย

ขอให้มองไปยังเขาเหล่านั้น แล้วถามตนเองว่า เราจะทำอะไรเพื่อเขาได้บ้าง และลงมือทำทันที

อย่าได้รีรอ เพราะเวลาที่ผ่านไปแล้วไม่อาจย้อนคืนมาได้

6 : ความเลวที่ทำอยู่ ควรละ ลด และเลิก

แต่ไม่ต้องโทษโกรธเคืองตนเอง พยายามควบคุมคำพูดการกระทำของเราให้อยู่ในคุณงามความดี

เพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนให้ตนเองและผู้อื่น

7 : เมื่อมีสุข ขอให้มองความสุข

รู้สึกกับความสุข แต่ให้เว้นที่ว่างเอาไว้บ้างว่า ความสุขนั้น ย่อมมีวันจากเราไป ไม่ช้า.. ก็เร็ว

8 : ความดีที่มีอยู่ ควรเพิ่มพูน

ส่งเสริมให้งอกงามยิ่งๆ ขึ้นไป ภูมิใจในความเป็นคนดีของตน แม้มันจะเป็นเพียงความดีเล็กๆ

ต้นไม้ใหญ่ ก็เคยเป็นต้นกล้ามาก่อนเช่นกัน ควรสร้างเหตุปัจจัยให้ความดีของตนได้เติบโตต่อไป

9 : ทำปัจจุบันตรงหน้า

ระหว่างการใช้ชีวิต ควรมีสติระลึกรู้ว่า ขณะนี้ตนเองกำลังทำอะไรอยู่ กำลังทำงานก็อยู่กับงาน

กำลังเดินก็อยู่กับการเดิน มองต้นไม้ให้เห็นต้นไม้ มองฟ้าให้เห็นฟ้า ฟังเสียงนกร้อง ก็ขอให้ได้ยินเสียงนั้น

เหล่านี้คือการกำหนดใจลงสู่ปัจจุบันทั้งสิ้น

10 : อย่าพูดในสิ่งไม่ดี

อย่าพูดโกหก อย่าพูดความจริงที่ไร้ประโยชน์ อย่าพูดจาทำลายน้ำใจบุคคลอื่น อย่าพูดจาดูถูกตนเอง

และอย่าพูดอะไรที่ทำลายสังคม บุคคล และศาสนาที่ตนนับถือ

11 : ของขวัญที่ดีที่สุดคือ รอยยิ้ม กำลังใจ และความจริงใจ

จงแจกจ่ายของขวัญเหล่านี้ไปยังผู้คนที่พบเห็น ทำให้เป็นนิสัย แล้วมิตรภาพดีๆ จะเกิดขึ้นในชีวิตของเราทุกวัน

12 : จงรักในหน้าที่ของตน

และพยายามเชื่อมโยงหน้าที่ของตนไว้กับประโยชน์ของผู้อื่น หรือประโยชน์ของสังคม คิดให้ออก

ว่าหน้าที่ของเราสามารถช่วยอะไรสังคม หรือผู้อื่นได้บ้างและขยายความรู้สึกนึกคิดตรงนั้นให้งอกงามในใจ

การงานของเราก็จะเปลี่ยนจากการทำงาน เป็นการทำบุญ กลายเป็นคนที่มีใจและหน้าที่อันเป็นกุศลอยู่ตลอดเวลา

13 : ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จงบอกตัวเองว่า สิ่งนั้นจะผ่านเราไปเสมอ

ไม่ว่าสุข ทุกข์ ดีใจ เสียใจ ปล่อยให้เวลาได้ทำหน้าที่ของมัน จงอดทน เข้มแข็ง อย่ายอมแพ้ในสิ่งใดก็ตาม จงขอบคุณตัวเอง

ที่พาชีวิตมาจนถึงวันนี้ ขอบคุณลมหายใจ และสรรพสิ่งทั้งหลาย ที่ให้โอกาสเราได้เรียนรู้ชีวิต และสร้างสติปัญญา

ให้เจริญงอกงามในจิตวิญญาณของเรา ขอให้บอกกับตนเองเสมอว่า เราคือบุคคลที่โชคดีที่สุดในโลกแล้ว

ที่ได้เป็นเจ้าของชีวิตของเราเอง

14 : จงฝึกจิตใจของตน

ขัดเกลาจิตใจของตนด้วยกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ ฝึกคิดอย่างเท่าทัน ฝึกสมาธิ ฝึกกำหนดรู้ตามจริง

เพราะชีวิตคือสิ่งไม่แน่นอน และไม่อาจคาดเดาได้ ดังนั้น เราจำเป็นต้องเตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์

เราต้องเตรียมความแข็งแรงของจิตใจไว้ เพราะการทำใจไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผู้ไม่เคยฝึกฝน

..ขอให้พบเจอ แต่ความสุข..