ชาวเน็ตแห่แชร์! เผย 10 อาหารแก้ปากเหม็น บอกเลยว่าดีมากใช้แล้วได้ผลชัวร์ 100%

“กลิ่นปาก” เป็นสิ่งที่ไม่มีใครปรารถนา ทั้งผู้ที่มีกลิ่นปากเองและผู้ที่อยู่รอบข้าง ดังนั้น คนที่มีกลิ่นปากจึงพยายามหาทางทุกวิถีทาง เพื่อที่จะแก้ไขปัญหานั้น โดยกลิ่นปากนั้น สาเหตุมักเกิดจากอาหารที่เราทานเข้าไป แล้วสะสมในช่องปากและฟัน เมื่อไม่ได้รับการรักษาความสะอาดที่เพียงพอ

นับวันก็กลายเป็นปัญหาสะสมก่อตัวเป็นเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น และเป็นสาเหตุของโรคในช่องปาก อย่างเช่นฟันผุหรือเหงือกอักเสบได้ด้วย นอกจากว่าเราจะแก้ปัญหากลิ่นปากที่สาเหตุแล้ว การรับประทานอาหารบางอย่าง ยังมีส่วนช่วยลดกลิ่นปากได้ด้วย อะไรบ้างนั้น เรามีมาแนะนำกันค่ะ



ก่อนอื่นเรามารู้จักกับกลิ่นเหม็นที่เกิดจากปากกันนะคะ สามารถเกิดขึ้นได้เหมือนกันกับกลิ่นเหม็นที่เกิดจากส่วนอื่นๆ ของร่างกายเราได้ โดยเป็นผลมาจาก แบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากย่อยสลายเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ตามส่วนต่างๆของช่องปาก ทำให้เกิดการเน่าเสียของเศษอาหาร จึงมีผลให้เกิดกลิ่นเหม็นขึ้น

กลิ่นเหม็นในช่องปากสามารถแยกออกได้ 4 แบบ ดังนี้ 


1. กลิ่นที่เกิดจากฟัน
2. กลิ่นที่เกิดจากโรคปริทันต์และซอกเหงือก
3. ที่เกิดจากด้านหลังของลิ้น
4. กลิ่นที่เกิดจากการสูบบุหรี่



นอกจากการรักษาความสะอาดของช่องปากและฟันด้วยการแปรงฟันให้สะอาดไม่มีเศษอาหารตกค้าง จะช่วยลดกลิ่นปากได้ในระดับหนึ่งแล้วการเลือกรับประทานอาหารบางชนิดยังมีส่วนช่วยลดกลิ่นปากได้แนะนำดังนี้ค่ะ

1. มะนาว กรดซิตริกในมะนาวมีคุณสมบัติสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากได้ และเพิ่มปริมาณน้ำลายช่วยชะล้างแบคทีเรีย ด้วยการดื่มน้ำมะนาว และสามารถนำเปลือกมะนาวมาเคี้ยวสักครู่ จะช่วยให้แบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นลดลงได้เช่นกัน แต่หลังจากเคี้ยวแล้วก็อย่าลืมบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดด้วย เพราะมีกรดที่หากทิ้งไว้ในปากนานๆ ก็กัดกร่อนเนื้อฟันได้

2. โยเกิร์ต โปรไบโอติกส์ ในโยเกิร์ต จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ไม่มีสารพิษตกค้างในร่างกายและขจัดกลิ่นปากไปได้เช่นกัน
3. ฟักทอง เป็นอาหารที่มีสังกะสี ช่วยทำให้ร่างกายมีความสามารถในการต่อสู้แบคทีเรียมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเรื่องระบบไหลเวียนของเลือด และป้องกันโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย


4. แตงโม เป็นผลไม้ที่ช่วยชะล้างของเสียได้อย่างดี โดยเฉพาะของเสียจากไตและกระเพาะปัสสาวะ รวมทั้งทางเดินปัสสาวะ ช่วยบำรุงผิวพรรณ ลดความดันโลหิต แก้ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
5.สับปะรด ช่วยต้านการอักเสบและเพิ่มพลังการย่อยโปรตีน อุดมไปด้วยโบรเมลิน ซึ่งเป็นเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่ช่วยรักษาค่าพีเอชของร่างกายให้สมดุล นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี กรดโฟลิก โพแทสเซียมโซเดียม และแมกนีเซียม สารอาหารที่  สำคัญต่อร่างกาย


6. แอปเปิ้ล  อุดมไปด้วยโพแทสเซียม กำมะถัน เหล็ก แมกนีเซียม วิตามินบี1 บี2 และบี6 ช่วยชะล้างสารพิษออกจากตับและไต ทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ กรดมาลิก กรดแทนนิก และเส้นใยเพ็กติน ทำความสะอาดกระเพาะอาหารและลำไส้
7. ใบสะระแหน่ มีน้ำมันหอมระเหยอย่างเมนทอล เป็นสารที่ให้ความสดชื่นและช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย และเนื่องจากสะระแหน่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย จึงช่วยดูแลรักษาสุขภาพช่องปากได้ ช่วยให้ลมหายใจสดชื่นและรักษาสุขภาพเหงือกและฟันให้แข็งแรง นอกจากนี้แล้วสะระแหน่ยังช่วยลดอาการปวดฟัน ฟันผุ แผลในช่องปาก อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก


8. ใบฝรั่ง  สารคลอโรฟิลล์ในใบฝรั่งช่วยระงับกลิ่นปากได้ดี โดยนำใบฝรั่ง 2-3 มาเคี้ยวและคายทิ้งหลังอาหาร หรือเมื่อต้องการ
9. อะโวคาโด เนื้อของอะโวคาโดจะช่วยกำจัดอาหารที่เน่าเสียตกค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของกลิ่นปาก และยังเป็นอาหารที่อุดมด้วยวิตามิน A B C E เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการชะลอวัยได้ดีอีกด้วย


10. ส้ม  นอกจากจะเป็นอาหารที่อุดมด้วย วิตามินซีที่มีช่วยลดการอักเสบ ป้องกันเชื้อแบคทีเรีย สารพฤกษเคมีในผลไม้จำพวกส้ม ยังจะช่วยรักษาสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ ลดอาการท้องผูกสาเหตุของกลิ่นปาก

ข้อควรปฏิบัติเพื่อการดูแลและแก้ไขกลิ่นปากอย่างได้ผล



1) หมั่นดูแลอนามัยของช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ แปรงฟันให้สะอาดอย่างทั่วถึง ทุกเช้าและเย็น โดยใช้เวลานานไม่ต่ำกว่า 2 นาที ลิ้นก็ควรแปรงให้สะอาดและแปรงให้ลึกถึงโคนลิ้น ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันทุกครั้ง
2) การใช้น้ำยาบ้วนปาก ควรใช้เป็นครั้งเป็นคราวหลังแปรงฟัน ไม่ควาใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ จะเป็นอันตรายก่อให้เกิดโรคอื่นๆ ทางช่องปากได้



3) ในกรณีที่มีฟันเก มีซอกเหงือกหรือร่องเหงือกที่เป็นแหล่งทำให้มีเศษอาหารตกค้าง ควรใช้ไหมขัดฟันช่วยทำความสะอาดที่บริเวณนั้นเพิ่มขึ้นจากการแปรงฟัน
4) หากมีสภาพเหงือกหรือฟันที่เป็นโรค ควรรีบรักษา หรือปรึกษาทันตแพทย์ทันที



5) ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะช่วยล้างแบคทีเรียออกจากน้ำลาย หลังอาหารทุกมื้อ ถ้าไม่สะดวกในการแปรงฟันควรจะบ้วนปากทุกครั้ง
6) หากพบว่าเป็นโรคเหงือก ฟันผุ ควรเข้ารับการรักษาจากทันตแพทย์ เพื่อป้องกันการลุกลามของกลิ่นปาก



7) ไม่สูบบุหรี่ การสูบบุหรี่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพปาก และทำให้ลมหายใจไม่สดชื่น
8) แก้ปัญหาท้องผูก เพราะเป็นสาเหตุให้สารพิษตกค้างอยู่ในร่างกายและเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์อยู่ในกระเพาะและลำไส้ ซึ่งกลิ่นนั้นสามารถขึ้นมาถึงระบบทางเดินอาหารส่วนบนขึ้นสู่ปากกลายเป็นกลิ่นปากได้



9) ไม่ดับกลิ่นปากด้วยลูกอม เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและอาจทำให้ฟันผุ ควรเคี้ยวหมากฝรั่งที่ไม่มีน้ำตาลแทน
10) หากพบว่าดูแลสุขภาพช่องปากดีพอแต่ยังคงมีกลิ่นปาก ควรปรึกษาทันตแพทย์ เนื่องจากกลิ่นปากอาจจะมาจากสาเหตุอื่น



ดังนั้นแล้ว คุณจะเห็นได้ว่าเรื่องกลิ่นปากไม่ใช่เรื่องยากที่จะแก้ไขเลยนะคะ นอกจากแนวทางในการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากที่ดี เพื่อลดปัญหากลิ่นปากได้แล้ว คุณยังสามารถเลือกรับประทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการลดกลิ่นปากอย่างได้ผลดี ใครที่มีปัญหาอยู่ก็ลองหาอาหารเหล่านี้มาทานกันเป็นประจำนะคะ นอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาได้แล้ว ยังช่วยให้กลิ่นปากสดชื่น จะได้มีสุขอนามัยที่ดีและรู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้นค่ะ


ขอบคุณที่มาจาก: Kaijeaw.com