แพทย์เตือน!! อาหาร 9 อย่าง เลี่ยงได้เลี่ยงถ้าไม่อยากเป็นมะเร็ง


 

แพทย์เตือน!! อาหาร 9 อย่าง เลี่ยงได้เลี่ยงถ้าไม่อยากเป็นมะเร็ง

ผู้อำนวยการของโรงพยาบาล ประเทศจีน ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากประวัติการรักษาที่ผ่านมานั้นพบผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง ที่มีอายุเพียงแค่ 5 ขวบ โดยแม่ของเด็กดังกล่าวบอกว่าครอบครัวของตนเองนั้นไม่มีคนที่เป็นโรคมะเร็งเลยสักคน แพทย์ให้เหตุผลว่าสาเหตุที่เด็กป่วยเป็นโรคมะเร็งนั้น เกิดจากสาเหตุการกินสิ่งของเหล่านี้

9 สิ่งที่ไม่ควรกินถ้าไม่อยากป่วยเป็นโรคมะเร็ง

1. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ชาม มีสารปรุงแต่งกว่า 25 ชนิด เช่น โมโนโซเดียม กลูตาเมต (หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ ผงชูรส) , กรดซิตริก ,TBHQ (เป็นสารกันบูด หรือวัตถุกันหืนที่ได้จากปิโตเลียม) และอื่นๆ

ฉะนั้นเด็กที่ทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นประจำ อาจจะก่อให้เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ

2. แฮม,ไส้กรอก

มีส่วนประกอบของสารปรุงแต่งต่างๆ เช่น โซเดียมไนไตรด์ ,โปแตสเซียมไนไตรท์ และอื่นๆ ไนไทรต์สามารถทำปฎิกิริยากับเอมีน (amine) ในอาหารกลายเป็นสารก่อมะเร็งที่ร้ายแรง คือไนโตรซามีน (nitrosamine) ซึ่งทำให้เกิดมะเร็งตับ กระเพาะอาหาร และหลอดอาหาร

ทำไมฮอทดอกถึงเป็นอันตราย?

เหตุผลที่ว่าทำไมฮอทดอกถึงเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณ เราได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้แล้ว นั่นก็เพราะกระบวนการที่พวกมันถูกยัดเยียดให้ในระหว่างการผลิต

เครื่องปรุงเทียม

– สารให้ความหวานเทียม

– อาหารประเภทแป้ง

– น้ำเชื่อมข้าวโพด

– ผงชูรส

สารเติมแต่งเหล่านี้ ถูกใส่ลงไปในเนื้อแปรรูป ที่ซากสัตว์บางส่วนยังคงมีอยู่ เช่นขา กรงเล็บ ผิวหนังและไขมัน ซึ่งมีส่วนร่วมในการเพิ่มความเป็นกรดในร่างกายของคุณ และทำให้ร่างกายของคุณร้อนพอสำหรับการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

คุณไม่สามารถแน่ใจอะไรได้เลยเกี่ยวกับส่วนประกอบที่ใส่เพิ่มเติมเข้าไปในฮอทดอก เพราะป้ายสินค้าของพวกมันก็แทบไม่ระบุอะไรให้คุณรับรู้

การศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาวายพบว่ากระบวนการแปรรูปเนื้อสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้มากถึง 67% เป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อ!

คุณสามารถมั่นใจได้ 100% ว่าเนื้อสัตว์แปรรูปประกอบด้วยไนเตรต เช่นเดียวกับไนไตรต์ ซึ่งได้รับการกล่าวว่าจะนำไปสู่การเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ ตับอ่อน และมะเร็งกระเพาะอาหาร

มันถูกอ้างโดย “สถาบันเพื่อการวิจัยโรคมะเร็งแห่งอเมริกา” ว่าเมื่อคนๆหนึ่งมีการบริโภคฮอทดอกหนึ่งชิ้นในชีวิตประจำวัน บุคคลนั้นจะสัมผัสกับความเสี่ยง 21% ของการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

สำหรับความหมายของ ‘มะเร็ง’ มีการให้ความหมายที่คล้ายคลึงกันจำนวนมาก ในที่นี้ ขอนำเสนอใน 2 ความหมาย ดังนี้

1. มะเร็ง หมายถึง โรคชนิดหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะของการแบ่งเซลล์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ และเซลล์เหล่านี้ มีความสามารถที่จะลุกลามเข้าไปในเนื้อเยื่ออื่นๆ โดยวิธีการใดวิธีการหนึ่งเช่น เจริญเติบโตโดยตรงเข้าไปในเนื้อเยื่อข้างเคียง (Invasion) หรือการอพยพเคลื่อนย้ายเซลล์ไปยังตำแหน่งที่ไกลๆ (Metastasis) การเจริญเติบโตแบบไม่เป็นระเบียบของเซลล์นี้ อาจมีสาเหตุที่เกิดขึ้นภายหลัง หรือเป็นกรรมพันธุ์ โดยการกลายพันธุ์ของ DNA ภายในเซลล์ มีการทำลายข้อมูลของยีน ซึ่งเป็นตัวกำหนดหน้าที่ของเซลล์ การเคลื่อนย้าย และการควบคุมความปกติของการแบ่งตัวของเซลล์

2. โดยปกติ อวัยวะและเนื้อเยื่อของร่างกาย จะประกอบด้วยส่วนที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ เรียกว่า ‘เซลล์’ เซลล์ที่อยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย อาจจะมีลักษณะและหน้าที่การทำงานแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนใหญ่การสร้างหรือผลิตตัวเองขึ้นมาใหม่ จะเป็นในแบบเดียวกัน เซลล์จะเริ่มแก่และตายไปในที่สุด และเซลล์ตัวใหม่ ก็จะเริ่มผลิตขึ้นมาแทนที่ โดยปกติ การแบ่งตัวและการเจริญเติบโตของเซลล์ จะมีการควบคุมและเป็นไปตามลำดับขั้นตอน แต่ถ้ากรรมวิธีนี้ไม่สามารถควบคุมได้ ด้วยเหตุผลใดก็ตาม เซลล์ก็จะทำการแบ่งตัวต่อไปตามลำดับจนพัฒนาขึ้นมาเป็นก้อนที่เรียกว่า Tumor ก้อนนี้ อาจเป็นก้อนที่ไม่อันตราย (Benign Tumor) หรืออาจเป็นก้อนเนื้อร้าย (Malignant Tumor) ก็ได้ และมะเร็ง ก็คือชื่อของก้อนเนื้อร้ายนี้เอง การเรียกชื่อของมะเร็ง ให้เรียกชื่อจากจุดที่เริ่มต้นเป็น เช่น เริ่มเป็นที่มะเร็งเต้านม แล้วแพร่กระจายไปที่ตับ แต่จะยังคงเรียกว่า มะเร็งเต้านมอยู่ ไม่ใช่มะเร็งตับ

3. คุกกี้

มีส่วนประกอบของสารปรุงแต่ง ได้แก่ โซเดียมเมแทไบซัลไฟต์ , กรดซิตริก , ซอร์บิทอล โซเดียมเมแทไบซัลไฟต์ ถ้าใช้ในปริมาณที่เกินกำหนด จะมีสารกำมะถันตกค้างในอาหารในปริมาณสูงและเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

4. ไอศกรีม

มีส่วนประกอบของสารปรุงแต่ง ได้แก่ สารแต่งรส กลิ่น สี ,ไดอิธิลกลูคอล และอื่นๆ ซึ่งสารปรุงแต่งในไอศกรีมนี้เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งบางประเทศออกกฎห้ามใช้สีมาผสมปรุงแต่งลงในอาหาร

5. มันฝรั่งทอดแผ่น ของทอด

มีส่วนประกอบของสารปรุงแต่งต่างๆ เช่น โมโนโซเดียมกลูตาเมต (หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ ผงชูรส),ไดโซเดียม 5-กัวไนเลต และอื่นๆ ซึ่งสารเหล่านี้เป็นสารต้องห้ามในอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก

6. ผลไม้อบแห้ง

มีส่วนประกอบของสารปรุงแต่งต่างๆ เช่น กรดซิตริก,โพแทสเซียม ซอร์เบต,โซเดียมเบนโซเอต และอื่นๆ “โซเดียมเบนโซเอต” เป็นวัตถุเจือปนอาหารเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และเชื้อราบางชนิด หากใช้ในปริมาณที่สูงจะทำให้ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร พิษกึ่งเฉียบพลันคือจะทำให้น้ำหนักลด ท้องเสีย ระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อต่างๆเลือดออกในร่างกาย ตับ ไตใหญ่ขึ้น เป็นอัมพาตและตายในที่สุด

7. หมากฝรั่ง

มีส่วนประกอบของสารปรุงแต่งต่างๆ เช่น สารให้ความหวาน , ซอร์บิทอ , กรดซิตริก และอื่นๆ การกินอาหารที่มีซอร์บิทอลมากๆ ทำให้เกิดอาการท้องเสียและท้องอืด

8. ขนมเยลลี่และวุ้นสำเร็จรูป

มีส่วนประกอบของสารปรุงแต่งต่างๆ เช่น โพแทสเซียม ซอร์เบต,กรดซิตริก,คาร์ราจีแนน และอื่นๆ ถ้าเคยปวดท้อง ท้องไส้ปั่นป่วนเพราะอาหารการกิน อาจมีที่มาจากหลายสาเหตุ อาทิ อาการไวต่อกลูเต็น ซึ่งเป็นโปรตีนในธัญพืชอย่างข้าวสาลี ดื่มนมแล้วท้องเสีย เนื่องจากร่างกายขาดเอนไซม์ย่อยน้ำตาลแลคโทส หรือบางที กระเพาะอาหารของคุณอาจไวต่อคาร์ราจีแนน

9. ชานม

มีส่วนประกอบของสารปรุงแต่งต่างๆ เช่น โพแทสเซียม ซอร์เบต,โซเดียมเฮกซะเมต้าฟอสเฟส และอื่นๆ ในใบชามีสารออกซาเลทจำนวนมาก ดังนั้นหากเราดื่มชานมทุกวัน โอกาสที่สารออกซาเลทจะสะสมจนก่ออาการอุดตันในไต หรือทำให้เกิดโรคนิ่วในไตก็อาจเกิดขึ้นได้

อาหาร ขนม และเครื่องดื่มทุกชนิดต่างมีทั้งคุณและโทษด้วยกันทั้งสิ้น เพื่อสุขภาพที่ดีแล้วความเดินทางสายกลาง กินอย่างพอเหมาะพอประมาณดีว่านะคะ ส่วนเด็กและก็พยายามอย่างให้กินอาหารเหล่านี้มากจนเกินไป ควรฝึกให้พวกเขาเลือกกินผักและผลไม้จะดีกว่านะคะ

เรียบเรียงโดย : Postsara

ขอขอบคุณ : share-si, student.chula.ac.th