ไม่ต้องรอวาสนา 10 อาชีพ “ทวนกระแส” ต้นทุน 3,000 กำไรหลายเท่าตัว

 


ไม่ต้องรอวาสนา 10 อาชีพ “ทวนกระแส” ต้นทุน 3,000 กำไรหลายเท่าตัว

ในวันนี้เรามีเรื่องราวดีๆเกี่ยวกับการทำอาชีพเสริมหรือจะเป็นอาชีพหลักก็ได้ ใครที่กำลังมองหาว่าจะขายอะไรดีในยุคนี้ บอกเลยว่ายุคนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก แต่ก็มี 10 อาชีพมีที่ทำแล้วถือว่าโอเค ลงทุนน้อยแต่กำไรสูง ใช้เงินลงทุนเพียงแค่ 3,000 บาทลองไปดูกันเลยดีกว่าว่า 10 อาชีพนี้นั้นมีอะไรบ้าง

บอกเลยว่าแต่ละอาชีพที่กำลังจะเสนอในวันนี้อาจจะมีความยากไปบ้าง หรืออาจจะดูว่าง่ายสำหรับคุณ แต่เอาเข้าจริงๆแล้วหากไม่มีความขยันอดทน ทำให้ทำหน่อยก็ย่อท้อแล้วไม่ทะเยอทะยานก็จบสิ้นกัน คนที่ประสบความสำเร็จเขาจะพยายามทำอย่างไม่หยุดหย่อน ทำด้วยวิธีการที่ฉลาด ไม่ช้าไม่นานก็จะได้จับเงินแสนเงินล้านอย่างแน่นอน อนาคตอาจเป็นอาชีพหลักของคุณอาจมีแบรนด์ อาจมีแฟรนไชส์เป็นของตัวเองก็ได้

1. ลงทุนขายรองเท้ามือสอง

มีเงิน 3,000 บาทลงทุนขายรองเท้ามือสองให้ประสบความสำเร็จ

1. หาแหล่งรับซื้อรองเท้ามือสอง เช่น โรงเกลือ,สำเพ็ง,ประตูน้ำ

2. ศึกษาแหล่งตลาดวางขายสินค้า

3. ศึกษารูปแบบรองเท้าที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ

4. หาอุปกรณ์สำหรับวางขายสินค้า

เทคนิคการขาย : หากคุณรับซื้อรองเท้ามือสองมาคู่ล่ะ 30 บาท อันดับแรกต้องดูคุณภาพของรองเท้าทั้งสี รอยชำรุดต่าง ๆ แล้วนำกลับมาซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพการใช้งานที่ดี ซึ่งจากคู่ละ 30 บาท สามารถขายได้ 70-100 บาท ตามคุณภาพของสินค้า ดังนั้น ถ้ารับซื้อมาคู่ละ 30 บาท ในจำนวนเงิน 2,000 บาท จะได้ประมาณ 66 คู่ ส่วนเงินอีก 1,000 บาท ไว้เป็นเงินสำรองและทอน ส่วนอุปกรณ์วางขายไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ เอาผ้าปูพื้นหรือโต๊ะมาวางรองเท้าก็ได้ เพียงเท่านี้รายได้จากการขายก็จะได้เป็นเท่าตัว อีกอย่างขายรองเท้ามือสองสามารถเก็บไว้ขายต่อเมื่อไรก็ได้ สินค้าไม่เน่าเสีย

2. ลงทุนขายเสื้อผ้ามือสอง

มีเงิน 3,000 บาท ลงทุนขายเสื้อผ้ามือสองให้ประสบความสำเร็จ

1. หาแหล่งรับซื้อเสื้อผ้ามือสอง เช่น ตลาดปัฐวิกรณ์,โรงเกลือ,สำเพ็ง และร้านขายส่งเสื้อผ้ามือสองราคาถูก

2. ศึกษาแหล่งตลาดวางขายสินค้า

3. ศึกษารูปแบบเสื้อผ้าที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ

4. หาอุปกรณ์สำหรับวางขายสินค้า

เทคนิคการขาย : หากคุณไปรับซื้อเสื้อผ้ามือสองมาในราคาตั้งแต่ 5 บาทไปจนถึง 50 บาท ในเงินจำนวน 2,000 บาทจะได้เสื้อผ้ามือสองมากกว่า 100 ตัว ดังนั้น ก่อนซื้อเสื้อผ้ามือสองเช็คสภาพสินค้าให้ดี ต้องไม่มีรอยชำรุด รอยขาด หรือเสื้อผ้ายืดจนไม่เหมาะแก่การใส่อีกต่อไป พร้อมนำไปซักให้ดูสะอาด และตั้งราคาตามคุณภาพของสินค้า รับรองรายได้มากกว่า 2 เท่าชัวร์ ส่วนเงินอีก 1,000 บาทก็นำไว้เป็นเงินทอนและเงินสำรองในการลงทุนครั้งต่อไป

3. ลงทุนขายลูกชิ้นทอด

มีเงิน 3,000 บาทลงทุนขายลูกชิ้นทอดให้ประสบความสำเร็จ

1. หาแหล่งรับซื้อลูกชิ้นราคาส่งและราคาถูกตามท้องตลาด

2. เลือกลูกชิ้นหลาย ๆ ประเภท เช่น ลูกชิ้นปลา ปูอัด เอ็นไก่ เอ็นหมู แฮม หรือลูกชิ้นเนื้อ เป็นต้น

3. เรียนรู้วิธีการทอดลูกชิ้น เพื่อไม่ให้เกิดการไหม้ หรือน้ำมันเยอะจนเกินไป

4. เรียนรู้การทำสูตรน้ำจิ้มที่อร่อย

5. หาแหล่งตลาดขายสินค้า

เทคนิคการขาย : หากคุณลงทุนซื้อลูกชิ้นมาขายในราคา 1,500 บาท เสียบลูกชิ้นไม้ละ 4-5 ลูกตามความเหมาะสม ขายในราคาไม้ละ 5-10 บาท พร้อมลงทุนซื้อเครื่องปรุงทำน้ำจิ้ม 500 บาท ซื้อถุงใส่ลูกชิ้น 200 บาท รายจ่ายทั้งหมดคือ 2,200 บาท เหลือเก็บไว้สำหรับทอนลูกค้า 900 บาท นอกจากนี้ลูกชิ้นสามารถนำไปยำเพื่ออัพราคาขายได้อีกด้วย ถ้าในหนึ่งวันขาย 2 รอบ เช้า-เย็น รับรองรวยเละ ไม้ละ 5X 500 ไม้= 2,500 บาท (รายได้จากการขาย) ขายรอบเย็นได้เงินอีก 2,500+2,500=5,000 บาท ไม่รวยคราวนี้จะให้รวยเมื่อไรล่ะ

4. ลงทุนขายไข่เจียว

มีเงิน 3,000 บาทลงทุนขายข้าวไข่เจียวให้ประสบความสำเร็จ

1. หาแหล่งซื้อวัตถุดิบ ข้าวสวย ไข่ไก่ น้ำมัน ผัก เนื้อสัตว์ และอุปกรณ์การปรุงรส (น้ำปลา ผงชูรส รสดี เป็นต้น)

2. ศึกษาตลาด

3. เรียนรู้วิธีการทอดไข่เจียวหลาย ๆ รูปแบบ เช่น ไข่เจียวหมูสับ ไข่เจียวรวมมิตรผัก ไข่เจียวทูน่า หรือไข่เจียวพริกเผา เป็นต้น

4. หาแหล่งตลาดขายข้าวไข่เจียว

เทคนิคการขาย : ให้เลือกตลาดที่ติดกับโรงเรียน ชุมชน โรงงาน และบริษัทห้างร้านต่าง ๆ เลือกเวลาขายในช่วงกลางวัน หลังเลิกงาน และกลางดึก เพราะเป็นเวลาที่กลุ่มลูกค้ามักหาข้าวกิน ส่วนเงินลงทุนแค่พันกว่าบาทก็อยู่แล้ว แต่คุณต้องคำนวณค่าใช้จ่าย+แหล่งตลาดที่ซื้อวัตถุดิบก่อนจับจ่ายสินค้าเสมอ ถ้าคุณขายเข้าไข่เจียวในราคา 20-25 บาท สามารถขายได้ 100 จาน เป็นเงิน 2,500 บาท แต่เชื่อเถอะขายได้มากกว่า 100 จานชัวร์

5. ลงทุนขายโจ๊ก

มีเงิน 3,000 บาทลงทุนขายโจ๊กให้ประสบความสำเร็จ

1. หาแหล่งวัตถุดิบที่ดีราคาถูก

2. ศึกษาตลาดและกลุ่มเป้าหมาย

3. เรียนรู้การทำโจ๊กหลาย ๆ รูปแบบ ทั้งโจ๊กสำหรับเด็ก/ผู้ใหญ่/คนแก่

4. หาแหล่งตลาดขายโจ๊ก เช่น ใกล้โรงเรียน บริษัท โรงงาน แหล่งชุมชนเป็นต้น

เทคนิคการขาย : เมื่อคุณเรียนรู้เรื่องการทำโจ๊กหลายรูปแบบที่เหมาะแก่กลุ่มเป้าหมายแล้ว ต้องเรียนรู้การทำโจ๊กที่มีเครื่องเคียงที่หลายหลายเช่นกัน เช่น โจ๊ะหมู โจ๊กเห็ด โจ๊กกุ้ง โจ๊กปลาหมึก โจ๊กผัก โจ๊กเด็กอ่อน เป็นต้น เพื่อให้เกิดการตอบสนองจำนวนมาก ซึ่งโจ๊กเหมาะสำหรับการขายรอบเช้าและรอบเย็น ถ้าวันหนึ่งขายโจ๊กได้ 500 ถุง ราคาถุงละ 30 บาท เป็นเงิน 15,000 ส่วนต้นทุนการขายโจ๊ก 3,000 บาทเอาอยู่แน่นอน แต่คุณต้องคำนวณค่าใช้จ่ายให้ดีก่อนเสมอ

6. ลงทุนขายก๋วยเตี๋ยวลุยสวน

มีเงิน 3,000 บาทลงทุนขายก๋วยเตี๋ยวลุยสวนให้ประสบความสำเร็จ

1. หาแหล่งซื้อวัตถุดิบที่ดีราคาถูก

2. ศึกษาตลาด/กลุ่มเป้าหมาย/ความต้องการของลูกค้า

3. หาแหล่งขายสินค้า เช่น หน้าโรงเรียน/มหาวิทยาลัย/หอพัก/โรงงาน/บริษัท

4. เรียนรู้เรื่องการทำก๋วยเตี๋ยวลุยสวน และน้ำจิ้มให้อร่อย

เทคนิคการขาย : การลงทุนทำก๋วยเตี๋ยวลุยสวนขาย ต้องคำนวณรายจ่ายก่อน เช่นมีงบ 3,000 บาท ซื้อกล่องใส่ 200 บาท ซื้อวัตถุดิบก๋วยเตี๋ยวไม่เกิน 2,000 บาท ซึ่งก๋วยเตี๋ยวลุยสวนใช้ค่าใช้จ่ายไม่เยอะ ดังนั้น ถ้าคุณขายก๋วยเตี๋ยวลุยสวนในราคากล่องละ 30 บาท ขายได้ 300 กล่อง เป็นเงิน 9,000 บาท ถ้าเอาไปฝากขายหน้าร้านทั่วไปอีก รับรองรายได้ไม่ใช่แค่ 9,000 บาท ชัวร์

7. ลงทุนขายแซนวิชไส้ต่างๆ

มีเงิน 3,000 บาท ลงทุนขายแซนวิสให้ประสบความสำเร็จ

1. หาแหล่งซื้อวัตถุดิบทั้งขนมปัง ผัก แฮม เนื้อสัตว์ ไข่ เป็นต้น

2. เรียนรู้การทำแซนวิสที่หลากหลายรูปแบบ

3. ศึกษาตลาดและกลุ่มเป้าหมาย

4. หาแหล่งขายแซนวิส เช่น หน้าโรงเรียน/โรงงาน/บริษัท/ป้ายรถเมล์/ใต้บีทีเอส เป็นต้น

เทคนิคการขาย : เมื่อคุณเรียนรู้วิธีการทำแซนวิสหลายหน้า หลายรูปแบบ ให้ตั้งราคาตามคุณภาพและขนาดของแซนวิส พร้อมทั้งต้องตั้งราคามากกว่าต้นทุน 5-10 บาท อาจจะขายในราคาชิ้นละ 15 บาท 20 บาท เป็นต้น ดังนั้นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การขายมากที่สุดคือ ช่วงเช้า และตอนเย็น ส่วนต้นทุนนั้นไม่มาก ลงทุนแค่ 1,500 บาทก็เอาอยู่ ถ้าคุณขายได้ 500 ชิ้น/วัน จะเป็นจำนวนเงิน 7,500 บาท แต่ถ้าคุณสามารถขายส่งตามโรงเรียนและสถานที่ทำงานได้ ออร์เดอร์วัน ๆ หนึ่ง ทำรายได้ให้คุณเหยียบหมื่นชัวร์

8. ลงทุนข้าวเหนียวหมูปิ้ง

มีเงิน 3,000 บาทลงทุนขายข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ประสบความสำเร็จ

1. หาแหล่งตลาดซื้อวัถุดิบ

2. เรียนรู้สูตรการทำหมูปิ้งที่อร่อย

3. หาอุปกรณ์เตาปิ้งขนาดเล็ก-กลาง(สามารถผลิตขึ้นมาเองได้)

4. ศึกษาตลาดและความต้องการของลูกค้า

เทคนิคการขาย : อันดับแรกก่อนจ่ายตลาด คุณต้องคำนวณต้นทุน โดยห้ามตั้งงบ 3,000 บาท ห้ามเกิน ห้ามขาด เด็ดขาด ซึ่งค่าใช้จ่ายหลัก ๆ คือ เนื้อหมู ไม้เสียบ ข้าวเหนียว และถุงใส่ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ส่วนเตาปิ้งคุณสามารถผลิตเองได้ โดยต้องศึกษาจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ดังนั้น ถ้าคุณสามารถขายได้ 100 ไม้ ในราคาไม้ละ 5 บาท เป็นจำนวนเงิน 500 บาท ราคาเข้าเหนียวถุงละ 5 บาท ขายได้ 300 ถุง เป็นจำนวนเงิน 1,500 บาท รวมเป็นรายได้ทั้งหมด 2,000 บาท ถ้าขายสองรอบ มีรายได้ทั้งหมด 4,000 บาท แต่ถ้าคุณลงทุนเพิ่มขึ้น ขยายสาขาออกเป็น 2-3 สาขา รายได้เหยียบหมื่นแน่นอน

9. ลงทุนขายยำวุ้นเส้น สารพัดยำ

มีเงิน 3,000 บาทลงทุนขายยำวุ้นเส้นให้ประสบความสำเร็จ

1. หาแหล่งตลาดซื้อสินค้า

2. เรียนรู้การทำยำให้อร่อย

3. เรียนรู้การทำสูตรน้ำยำ

4. ศึกษาตลาดและความต้องการของลูกค้า

5. หาแหล่งขายสินค้า เช่น หน้าโรงงาน/บริษัท /โรงเรียน/หอพัก เป็นต้น

เทคนิคการขาย : เมื่อคุณเรียนรู้การทำยำในหลากหลายเมนูแล้ว ลองนำไปให้เพื่อน ๆ ชิมว่ารสชาติเป็นอย่างไร เพื่อให้เพื่อน ๆ คอนเม้นท์ และปรับปรุงให้ดีขึ้น ดังนั้น ถ้าคุณสามารถขายได้ 200 จาน/วัน จานละ 35 บาท เป็นจำนวนเงิน 7,000 บาท แต่ถ้าคุณสามารถขยายสาขาเพิ่มได้อีก 2-3 สาขา รายได้มากกว่าหลักหมื่นต่อวันชัวร์ ส่วนต้นทุน ต้องคำนวณก่อนทุกครั้ง เพื่อไม่ได้เข้าเนื้อตัวเองจนเกินไป

10. ลงทุนผัดมาม่าขาย

มีเงิน 3,000 บาท ลงทุนผัดมาม่าขายให้ประสบความสำเร็จ

1. หาแหล่งซื้อวัตถุดิบ

2. ศึกษาตลาดและความต้องการของลูกค้า

3. เรียนรู้การทำผัดมาม่าที่อร่อย

4. หาแหล่งขายสินค้าที่เหมาะสม เช่น ตลาดนัดตอนเย็น/หน้าโรงงาน/บริษัท เป็นต้น

เทคนิคการขาย : การทำมาม่าผัดคุณสามารถขายได้ในราคาห่อละ 10-15 บาท และถ้าคุณสามารถผัดได้หลากหลายเมนู เช่น เส้นหมี่ขาว หมี่เหลือง เส้นใหญ่ เป็นต้น ได้ก็ยิ่งดี เพื่อเพิ่มทางเลือกให้มากขึ้น ส่วนวัตถุดิบเครื่องเคียงเป็นผักและลูกชิ้น ฯลฯ โดยต้นทุนใช้ไม่มาก แค่ 1,000 บาทก็เอาอยู่แล้ว ดังนั้น ถ้าคุณขายได้ 500 ห่อในราคา 10 บาท เป็นจำนวนเงิน 5,000 บาท แต่ถ้าขยายสาขาเป็น 2 สาขา รายได้หลักหมื่นชัวร์

ขอขอบคุณ : therichmustknow